Juvederm โคราช ฟิลเลอร์ที่ได้รับความนิยมจากคนในพื้นที่เป็นอย่างมาก เพราะเป็นยี่ห้อที่ผ่านมาตรฐานจากประเทศสหรัฐอเมริกา ต่อเนื่องมายาวนานกว่า 35 ปี ทั้งยังมีเทคโนโลยีการผลิตที่ได้มาตรฐาน
ดังนั้นบทความนี้ เราจะไปเจาะลึกถึงข้อดี จุดเด่น และเทคโนโลยีของฟิลเลอร์ยี่ห้อนี้กัน ว่ามีความโดดเด่นในด้านอะไรบ้าง ผ่านบทความนี้ค่ะ

สารบัญ
- Juvederm คือฟิลเลอร์ประเภทไหน มีส่วนประกอบอะไรบ้าง
- Juvederm แต่ละรุ่นแตกต่างกันอย่างไร และเหมาะกับบริเวณไหน
- ฉีด Juvederm บริเวณไหนได้บ้าง
- จุดเด่นของ Juvederm แตกต่างจากฟิลเลอร์ยี่ห้ออื่นอย่างไร
- ฉีด Juvederm เหมาะกับใครบ้าง
- ข้อดีและข้อจำกัดของการฉีด Juvederm ที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
- การเตรียมตัวก่อนฉีดและการดูแลตัวเองหลังฉีด Juvederm เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
- เลือกฉีด Juvederm โคราช ที่คลินิกอย่างไรให้ปลอดภัย
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Juvederm
- อยากเติมเต็มใบหน้าด้วย Juvederm โคราช ต้องที่ Wandee Clinic
Juvederm คือฟิลเลอร์ประเภทไหน มีส่วนประกอบอะไรบ้าง
Juvederm คือฟิลเลอร์ประเภท Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกาย โดยมีคุณสมบัติเด่นในการช่วยกักเก็บน้ำ ทำให้ผิวดูอิ่มฟู ชุ่มชื้น และช่วยเติมเต็มร่องลึกบนใบหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ ฟิลเลอร์ชนิดนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในวงการความงามทั่วโลก เนื่องจากมีความปลอดภัยสูง สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติของร่างกาย
Juvederm ถูกพัฒนาโดยบริษัท Allergan ซึ่งเป็นบริษัทเดียวกับผู้ผลิตโบท็อกซ์ โดยมีเทคโนโลยีการผลิตเฉพาะที่เรียกว่า Vycross Technology ช่วยให้เนื้อฟิลเลอร์มีความละเอียด เนียน และคงตัวได้ดี ทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและอยู่ได้นานกว่าฟิลเลอร์บางยี่ห้อ
นอกจาก Hyaluronic Acid แล้ว ในฟิลเลอร์ Juvederm บางรุ่นยังมี ยาชา Lidocaine ผสมอยู่ภายใน ช่วยลดความเจ็บขณะฉีด ทำให้ผู้เข้ารับบริการรู้สึกสบายมากขึ้นระหว่างการทำหัตถการ
Volbella
เป็นฟิลเลอร์เนื้อละเอียดมาก เหมาะกับบริเวณที่ต้องการความละมุน เช่น ใต้ตา ริมฝีปาก หรือริ้วรอยเล็ก ๆ
Volift
มีความยืดหยุ่นสูง เนื้อฟิลเลอร์นุ่ม เหมาะสำหรับการเติมเต็มร่องลึก เช่น ร่องแก้ม หรือบริเวณที่ต้องการความเป็นธรรมชาติ
Voluma
เป็นฟิลเลอร์ที่มีเนื้อค่อนข้างแน่น เหมาะสำหรับการเติมเต็มโครงสร้างใบหน้า เช่น ขมับ คาง หรือแก้มตอบ ช่วยปรับรูปหน้าให้ดูมีมิติและยกกระชับมากขึ้น
Juvederm สามารถฉีดได้หลายตำแหน่งบนใบหน้า เพื่อช่วยปรับรูปหน้า เติมเต็มร่องลึก และเพิ่มความอิ่มฟูให้ผิว โดยบริเวณที่นิยมฉีด ได้แก่
- ใต้ตา เพื่อแก้ปัญหาใต้ตาลึก ใต้ตาคล้ำ
- ร่องแก้ม ช่วยลดความลึกของร่องทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์
- แก้มส้ม เพื่อเพิ่มมิติให้ใบหน้า
- คาง เพื่อปรับรูปหน้าให้เรียวและสมส่วน
- ขมับ เพื่อเติมเต็มบริเวณที่ตอบหรือยุบตัว
- ริมฝีปาก เพื่อเพิ่มความอวบอิ่มและปรับรูปทรงปาก
จุดเด่นของ Juvederm แตกต่างจากฟิลเลอร์ยี่ห้ออื่นอย่างไร
Juvederm เป็นหนึ่งในฟิลเลอร์ที่ได้รับความนิยมสูง เนื่องจากมีจุดเด่นหลายประการ โดยจุดเด่นสำคัญคือ ฟิลเลอร์ Juvederm มีกระบวนการผลิตหลักอยู่ 2 เทคโนโลยีสำคัญ ได้แก่ Hylacross Technology และ Vycross Technology ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเฉพาะที่ช่วยกำหนดลักษณะของเนื้อฟิลเลอร์ เช่น ความเนียน ความยืดหยุ่น และระยะเวลาการคงอยู่ของผลลัพธ์
Hylacross Technology เป็นเทคโนโลยีรุ่นแรกของ Juvederm ที่ใช้โมเลกุล Hyaluronic Acid ขนาดใหญ่ (High Molecular Weight HA) มาเชื่อมโยงกัน ทำให้ได้เนื้อฟิลเลอร์ที่มีความเนียน นุ่ม และมีความยืดหยุ่นสูง เหมาะกับการเติมเต็มริ้วรอยหรือร่องลึกบนใบหน้า เช่น ร่องแก้ม หรือการเพิ่มความอวบอิ่มให้ริมฝีปาก โดยฟิลเลอร์ที่ใช้เทคโนโลยีนี้จะมีเนื้อค่อนข้างนุ่มและกระจายตัวได้ดี
Vycross Technology เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาต่อยอดจาก Hylacross โดยมีการผสมผสาน Hyaluronic Acid โมเลกุลขนาดเล็กและขนาดใหญ่เข้าด้วยกัน ทำให้โครงสร้างของฟิลเลอร์มีความเสถียรมากขึ้น เนื้อฟิลเลอร์มีความละเอียด เนียน และคงรูปได้ดี ส่งผลให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น และใช้ปริมาณฟิลเลอร์น้อยลงในบางบริเวณ
ข้อดีและข้อจำกัดของการฉีด Juvederm ที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
ข้อดีของการฉีด Juvederm คือสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ค่อนข้างรวดเร็วหลังทำ ช่วยเติมเต็มร่องลึก ปรับรูปหน้า และเพิ่มความอิ่มฟูให้ผิวได้ทันที อีกทั้งยังเป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด ใช้เวลาทำไม่นาน และแทบไม่ต้องพักฟื้น ผู้รับบริการสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ นอกจากนี้เนื้อฟิลเลอร์ยังมีความเนียนละเอียด ทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ เมื่อฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ในส่วนของ ข้อจำกัด ผลลัพธ์ของ Juvederm ไม่ได้อยู่ถาวร โดยทั่วไปจะอยู่ได้ประมาณ 8-18 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่นของฟิลเลอร์ ตำแหน่งที่ฉีด และการดูแลตัวเองหลังทำ นอกจากนี้หลังฉีดอาจมีอาการบวมแดงหรือช้ำเล็กน้อยในช่วงแรก ซึ่งมักจะหายไปเองภายในไม่กี่วัน และที่สำคัญหัตถการนี้ควรทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการฉีดผิดตำแหน่งหรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน
การเตรียมตัวก่อนฉีดและการดูแลตัวเองหลังฉีด Juvederm เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
การเตรียมตัวก่อนและการดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาสวยงามและลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง
ก่อนฉีด
- ควรงดการรับประทานยาและอาหารเสริมบางชนิดที่อาจทำให้เลือดออกง่าย เช่น
- แอสไพริน วิตามินอี น้ำมันปลา หรือยากลุ่มต้านการอักเสบ อย่างน้อย 3-7 วันก่อนทำ
- งดดื่มแอลกอฮอล์ก่อนทำหัตถการประมาณ 24 ชั่วโมง
- แจ้งประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว หรือหัตถการที่เคยทำมาก่อนให้แพทย์ทราบ เพื่อให้แพทย์สามารถประเมินและวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม
หลังฉีด
- หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือสัมผัสบริเวณที่ฉีดในช่วง 24 ชั่วโมงแรก
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก การดื่มแอลกอฮอล์ และการเข้าซาวน่าหรืออบไอน้ในช่วง 1-2 วันแรก เพื่อป้องกันการบวมและช่วยให้ฟิลเลอร์เข้าที่ได้ดี
- ควรดื่มน้ำให้เพียงพอและพักผ่อนอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยให้ผิวฟื้นตัวและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
คลินิกต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลอย่างถูกต้อง
มีแพทย์เป็นผู้ให้บริการจริง
ใช้ฟิลเลอร์ของแท้ที่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ เช่น มีเลขทะเบียน อย. และสามารถให้ผู้รับบริการตรวจสอบกล่องหรือ QR Code ของผลิตภัณฑ์ได้
มีการประเมินโครงสร้างใบหน้าอย่างละเอียดก่อนทำ เพื่อออกแบบการฉีดให้เหมาะสมกับรูปหน้าและปัญหาของแต่ละบุคคล
ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลตัวเองก่อนและหลังทำอย่างครบถ้วน เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาสวยงามและปลอดภัยที่สุด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Juvederm
ผลลัพธ์และระยะเวลาการคงอยู่
โดยทั่วไป Juvederm สามารถอยู่ได้ประมาณ 8-18 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่นของฟิลเลอร์ บริเวณที่ฉีด และพฤติกรรมการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคล
หลังฉีดสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันที แต่อาจมีอาการบวมเล็กน้อยในช่วงแรก และจะเข้าที่มากขึ้นภายในประมาณ 1-2 สัปดาห์
ความรู้สึกระหว่างทำหัตถการ
ฟิลเลอร์ Juvederm มียาชาผสมอยู่ในเนื้อฟิลเลอร์ และก่อนฉีดแพทย์มักมีการทายาชาเพิ่มเติม จึงช่วยลดความรู้สึกเจ็บได้มาก
โดยทั่วไปการฉีดฟิลเลอร์ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที ขึ้นอยู่กับจำนวนตำแหน่งที่ฉีดและปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้
การดูแลและความปลอดภัย
ควรรอประมาณ 24 ชั่วโมงก่อนแต่งหน้า เพื่อป้องกันการระคายเคืองบริเวณที่ฉีด
ฟิลเลอร์ประเภท Hyaluronic Acid สามารถฉีดเอนไซม์เพื่อสลายได้ หากต้องการปรับแก้ผลลัพธ์
เมื่อฟิลเลอร์เริ่มสลาย สามารถกลับมาฉีดเติมเพื่อคงผลลัพธ์และรักษาความสมดุลของใบหน้าได้
อยากเติมเต็มใบหน้าด้วย Juvederm โคราช ต้องที่ Wandee Clinic
สำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้า เติมเต็มร่องลึก หรือเพิ่มความอิ่มฟูให้ผิวด้วย Juvederm โคราช การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาสวยงาม ดูเป็นธรรมชาติ และมีความปลอดภัย
Wandee Clinic คลินิกความงาม โคราช เป็นคลินิกความงามที่ให้บริการด้านการปรับรูปหน้าและฟื้นฟูผิวโดยทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์ ก่อนทำหัตถการจะมีการประเมินโครงสร้างใบหน้าอย่างละเอียด เพื่อออกแบบการฉีดให้เหมาะสมกับรูปหน้าและความต้องการของแต่ละบุคคล เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการมั่นใจในผลลัพธ์และความปลอดภัย
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของ Wandee Clinic เพื่อประเมินปัญหาผิว หรือแอดไลน์ @WandeeClinic เพื่อสอบถามข้อมูล หรือสามารถดูรีวิวได้เลยค่ะ
สาขาของวันดีคลินิก คลินิกความงาม
เราพร้อมดูแลและให้บริการความงาม ทุกสาขาใกล้บ้านคุณ
เลขที่ 193/70-71 ถนน กัลปพฤกษ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
LINE ID @wandeeclinic
เลขที่ 2858 ถนน เดชอุดม ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา นครราชสีมา 30000
LINE ID: @wandeeclinic
Tel: 093-575-5556
เลขที่ 295-297 ถนนนิตโย ในเมือง อำเภอเมืองนครพนม นครพนม 48000
LINE ID: @wandeeclinic
Tel: 092 652 2229
เลขที่ 79/5 ถนน สกลทวาปี ในเมือง อำเภอเมืองสกลนคร สกลนคร 47000
LINE ID: @wandeeclinic
Tel: 098 364 9599